แซม อัลลาร์ไดซ์ คือหนึ่งในกุนซือมากประสบการณ์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ กับสถิติการคุมทีมในพรีเมียร์ลีก 541 นัด กับหลากหลายสโมสร รวมถึงผ่านการคุมทัพสิงโตคำรามมาแล้ว 1 นัด
แต่ผลงานการคุมทีมที่โดดเด่นที่สุดสำหรับ “บิ๊กแซม” คือการคุม โบลตัน วันเดอเรอร์ส ระหว่างปี 1999-2007 จนทำให้เขากลายเป็นตำนานของสโมสรแห่งนี้ ถึงขนาดที่แฟนบอลรายหนึ่งเตรียมทำละครเวทีเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา
ละครเวทีเรื่อง “Allardici’s: The Big Sam Musical” ที่มีกำหนดแสดงในปี 2028 มีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง? ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่นี่
แซม อัลลาร์ไดซ์ กับ โบลตัน
แซม อัลลาร์ไดซ์ ถูกแต่งตั้งเป็นกุนซือของ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ในปี 1999 ก่อนจะพาทีมฉายา "เดอะ ทร็อตเตอร์ส" เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาล 2000-01 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งนี้ไปอย่างสิ้นเชิง
ภายใต้การคุมทีมของ อัลลาร์ไดซ์ โบลตัน ได้เปลี่ยนสถานะจากทีมที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ให้กลายเป็นทีมที่อยู่ในพรีเมียร์ลีกได้อย่างมั่นคง โดยพวกเขาไม่เคยจบกว่าอันดับที่ 8 เป็นเวลา 4 ฤดูกาลติดต่อกัน ระหว่างฤดูกาล 2003-04 ถึง 2006-07
โดยผลงานชิ้นโบว์แดงคือการพา โบลตัน ทะลุชิงลีกคัพในฤดูกาล 2003-04 แม้สุดท้ายจะแพ้ให้ มิดเดิลสโบรห์ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของอะไรหลาย ๆ อย่าง จนในฤดูกาลถัดมาพวกเขาสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการจบอันดับที่ 6 และคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้สำเร็จ

Getty Images
แต่แล้วในเดือนเมษายน 2007 ก็การเรื่องสุดช็อค เมื่อ อัลลาร์ไดซ์ ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งก่อนที่ฤดูกาลจะจบลงเพียง 2 นัดเท่านั้น ฝากผลงานการคุมทีม 365 นัดรวมทุกรายการ ในระยะเวลาเกือบ 8 ปี และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โบลตัน ก็ไม่เคยกลับไปอยู่จุดนั้นได้อีกเลย
“หลังจากช่วงเวลาเกือบ 8 ปีอันทรงเกียรติกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ผมขอประกาศว่าหลังจากได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนและหารือร่วมกับครอบครัวรวมถึงผู้บริหารระดับสูงของสโมสรแล้ว ผมตัดสินใจที่จะลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมโดยมีผลทันที” อัลลาร์ไดซ์ กล่าวในวันนั้น
“เราได้ข้อสรุปร่วมกันว่าผมควรลงจากตำแหน่งในเวลานี้แทนที่จะรอจนจบฤดูกาล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่จะมารับช่วงต่อได้สัมผัสกับกระบวนการเตรียมทีมและบรรยากาศก่อนการแข่งขันจริง ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับฤดูกาลหน้า”
“การตัดสินใจอำลาสโมสรแห่งนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านทางจิตวิญญาณของผมมานานกว่า 18 ปี ทั้งในฐานะนักเตะและผู้จัดการทีม ถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม”
Allardici’s: The Big Sam Musical
แม้จะไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือ แต่จากผลงานดังกล่าวเพียงพอที่จะทำให้ อัลลาร์ไดซ์ มีสถานะเป็นตำนานของสโมสรแห่งนี้ จนทำให้ เจมี่ วอลช์ แฟนบอลของโบลตัน ผู้ซึ่งมีอาชีพเป็นนักเขียน โปรดิวเซอร์และผู้ก่อตั้งของบริษัท Small Talk Productions เตรียมดำเนินการสร้างละครเวทีเพื่อเป็นเกียรติแก่กุนซือจอมเก๋าผู้นี้
“อยู่ดีๆ 'บิ๊กแซม' ก็กลายเป็นเป้าถูกล้อเลียน โดยถูกมองว่าเป็นผู้จัดการทีมที่เน้นแต่การโยนบอลยาวและทำทีมสไตล์โบราณ ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันไม่เป็นความจริงเลยสักนิด” เจมี่ วอลช์ กล่าวกับ The Bolton News
“ผมเป็นแฟนบอลของ โบลตัน วันเดอเรอร์ส มาตลอดชีวิต และช่วงเวลาที่เขาคุมทีมนั้นถือเป็นยุคที่ยอดเยี่ยมมาก ทั้งเกมรุกที่เร้าใจ นักเตะระดับโลก และความรู้สึกที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้ ผมอยากจะถ่ายทอดและเฉลิมฉลองเรื่องราวเหล่านั้นออกมา”
โพสต์ที่แชร์โดย Small Talk (@smalltalkprods)
“โปรเจกต์ 'Allardici's' นี้เป็นการผสมผสานสิ่งที่ผมรักมากที่สุดสองอย่างเข้าด้วยกัน นั่นคือความคิดสร้างสรรค์และ โบลตัน ผมจึงอยากให้แฟนบอลจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลย”
ละครเวทีเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคำสุดโด่งดังของ อัลลาร์ไดซ์ ซึ่งพูดว่า “ผมคงไม่มีวันได้คุมทีมระดับท็อปโฟร์หรอก เพราะผมไม่ได้ชื่อ แซม อัลลาร์ดิชี่ แต่ชื่อแซม อัลลาร์ไดซ์”
โดยไอคำว่า “อัลลาร์ดิชี่” (Allardici's) จะถูกนำมาดัดแปลงเป็นชื่อบาร์สมมติในละครเวทีเรื่องนี้ ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องอย่างละเอียดจากผู้จัด แต่ที่แน่ ๆ จะเป็นช่วงเวลาที่ แซม อัลลาร์ไดซ์ คุมทีม โบลตัน
“แซม เป็นบุคคลที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำมาถ่ายทอดเป็นตัวละคร เขาเป็นคนที่มีบุคลิกโดดเด่นและมีสีสันจัดจ้านราวกับหลุดออกมาจากนิยาย” เจมี่ วอลช์ กล่าวเสริมกับ BBC
โพสต์ที่แชร์โดย Small Talk (@smalltalkprods)
“ช่วงต้นสัปดาห์เราใช้เวลาไปกับการสำรวจตัวละครสมมติ แต่พอถึงช่วงท้ายสัปดาห์ แซม ตัวจริงก็แวะเข้ามาหาเรา และเราก็พบว่าสิ่งที่เราทำไว้นั้นไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงเท่าไรนัก”
“เขาหัวเราะชอบใจเมื่อได้เห็นสิ่งที่เราทำ แต่ก็พูดในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาว่า 'มันต้องไม่ออกมาห่วยแตกนะ' เพียงแต่คำที่เขาใช้จริง ๆ ไม่ใช่คำว่า 'ห่วยแตก' หรอก”
ทั้งนี้ละครเวทีเรื่องนี้จะเปิดการแสดงรอบปฐมทัศน์ในปี 2028 ส่วน วัน เวลา และสถานที่จัดการแสดงยังต้องรอการคอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการกันอีกครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง