บทความเด่น

เกิดอะไรขึ้นกับ แรมส์เดล ? จากมือ 1 ทีมลุ้นแชมป์ สู่มือ 4 แชมเปียนชิพ

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน อารอน แรมส์เดล ถือเป็นผู้รักษาประตูที่น่าจับตามอง เขาคือมือ 1 ของทีมลุ้นแชมป์อย่าง อาร์เซนอล และก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษ ในยูโร 2024 ทว่า สถานการณ์ของนายด่านวัย 28 ปีในตอนนี้ พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะนอกจากจะไม่สามารถยึ

ข่าวสาร 2026-09-11
เกิดอะไรขึ้นกับ แรมส์เดล ? จากมือ 1 ทีมลุ้นแชมป์ สู่มือ 4 แชมเปียนชิพ ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน อารอน แรมส์เดล ถือเป็นผู้รักษาประตูที่น่าจับตามอง เขาคือมือ 1 ของทีมลุ้นแชมป์อย่าง อาร์เซนอล และก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษ ในยูโร 2024 ทว่า สถานการณ์ของนายด่านวัย 28 ปีในตอนนี้ พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะนอกจากจะไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้แล้ว ยังตกไปเป็นมือ 4 ของทีม เกิดอะไรขึ้นกับ อดีตนายทวารทีมชาติอังกฤษรายนี้? ติดตามไปพร้อมกัน ผู้รักษาประตูแห่งอนาคต นับตั้งแต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด ย้ายจาก ซันเดอร์แลนด์ มา เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ก็แทบไม่มีโกลสัญชาติอังกฤษคนไหนที่สร้างแรงกระเพื่อมบนหน้าสื่อด้วยค่าตัวระดับนี้อีกเลย จนกระทั่งการมาถึงของ อารอน แรมส์เดล โกลดาวรุ่งในขณะนั้น ที่ย้ายจาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด มาเล่นให้ อาร์เซนอล ด้วยค่าตัวสูงถึง 24 ล้านปอนด์ (รวมแอดออนอาจถึง 30 ล้านปอนด์) ในปี 2021 เขาใช้เวลาไม่นาน ก็มาแย่งมือ 1 จาก แบรนด์ เลโน ไปครอง ก่อนจะเสียเพียง 39 ประตูจาก 34 เกมในพรีเมียร์ลีก และช่วยให้ทีมไม่เสียประตูมากถึง 12 นัด ผลงานดังกล่าวยังทำให้ แรมส์เดล ถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษในช่วงฤดูกาล 2021/22 และได้ประเดิมสนามในเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ที่ถล่ม ซานมาริโน ไปอย่างขาดลอย 10-0
Arsenal

นอกจากนี้ ในซีซั่นต่อมา แรมส์เดล ยังก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของ อาร์เซนอล หลังได้ลงเฝ้าเสาครบ 38 เกมในพรีเมียร์ลีก และรักษาคลีนชีทได้มากถึง 14 เกม แม้ว่าท้ายที่สุด อาร์เซนอล จะทำได้เพียงรองแชมป์ แต่ฟอร์มอันโดดเด่นของ แรมส์เดล ยังทำให้เขาได้รับเลือกให้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีพรีเมียร์ลีก 2022/23 ของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ หรือ พีเอฟเอ อย่างไรก็ดี แทบไม่น่าเชื่อว่าผ่านมาแค่ 3 ปีนับตั้งแต่วันนั้น แรมส์เดล ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก หลังตกเป็นมือ 4 ของ เซาแธมป์ตัน สโมสรในแชมเปียนชิพ ทั้งที่ดึงเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 24 ล้านปอนด์ “สิ่งที่เราคาดหวังจากเขาชัดเจนมาก คือช่วยสนับสนุนทีมให้ดีที่สุด และเขาก็เป็นมืออาชีพมากๆ ที่กำลังทำสิ่งนั้น มาดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น” ทอนดา แอคเกิร์ต กุนซือเซาแธมป์ตัน กล่าว อะไรที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ ? หนีเสือปะจระเข้ ในตอนที่ แรมส์เดล ตัดสินใจย้ายจากทีมลุ้นแชมป์อย่าง อาร์เซนอล มาอยู่กับ เซาแธมป์ตัน ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้น เขามีเหตุผลเดียวคือต้องการโอกาสลงเล่น เพราะหลังจากการเข้ามาของ ดาบิด รายา เขาก็ต้องเสียมือ 1 ให้กับนายด่านชาวสเปน และได้ลงเล่นไปเพียง 6 เกมในฤดูกาล 2023/24 “ถ้าผมต้องอยู่ที่ม้านั่งสำรอง การคว้าแชมป์ก็คงไม่มีความหมายมากนักสำหรับผม”  แรมส์เดล กล่าวกับ Football Focus ของ BBC One เมื่อปี 2024 “ผมแค่อยากเล่นฟุตบอล ผมอยากเล่นฟุตบอลเพราะอยากลงเล่นมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ไม่ใช่มานั่งข้างสนาม” “การได้ออกไปเล่น เป็นเป้าหมายของผม และผมโชคดีที่ได้ค้นพบตัวเองที่นี่ ที่เซาแธมป์ตัน”  ในซีซั่นแรกกับ เซาแธมป์ตัน โกลชาวอังกฤษ กลายเป็นมือ 1 ของทีม ทว่าแม้เขาจะพยายามป้องกันประตูมากแค่ไหน แต่ทีมก็ยังเสียไปถึง 66 ประตูจาก 30 เกม และไม่สามารถช่วยให้นักบุญรอดพ้นจากการตกชั้นได้ อย่างไรก็ดี จุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้นในฤดูกาล 2025/26 เมื่อ แรมส์เดล ไม่ได้อยู่ช่วยทีมต่อในแชมเปียนชิพ หลังย้ายไปเล่นให้ นิวคาสเซิล ด้วยสัญญายืมตัว อันที่จริง การได้ย้ายมาเล่นให้ นิวคาสเซิล ดูจะเป็นการตัดสินใจที่ดี เพราะนอกจากจะยังคงได้เล่นในพรีเมียร์ลีกต่อ เขาอาจจะได้ย้ายมาอยู่ทีมใหญ่อีกครั้ง หากทำผลงานได้เข้าตา แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะ แรมส์เดล ไม่สามารถชิงมือ 1 มาจาก นิค โปป ได้ แถมเมื่อได้ลงเล่น เขาก็มีผลงานที่ไม่ดีนัก และเสียไปมากถึง 41 ประตูจาก 23 เกมในทุกรายการ

Getty Images

ทำให้สุดท้ายเขาต้องกลับมาอยู่กับ เซาแธมป์ตัน และเมื่อมาถึงก็พบว่าที่นี่ไม่มีพื้นที่ให้เขาอีกแล้ว หลัง ทอนดา แอคเกิร์ต วางตัวให้เขาเป็นมือ 4 ของทีม เนื่องจากตอนที่ แอคเกิร์ต รับตำแหน่งต่อจาก วิลล์ สติลล์ ตอนเดือนพฤศจิกายน 2025 เขายังได้ดึงตัว ดาเนียล เปเรตซ์ นายด่านทีมชาติอิสราเอล มาด้วยสัญญายืมตัว ก่อนจะเซ็นสัญญาถาวรหลังจบฤดูกาล นอกจากนี้ ในช่วงต้นซีซั่น 2026/27 แอคเกิร์ต ยังได้ดึงตัว จอร์จ ลอง มาจาก นอริช มาเป็นมือ 2 แถมยังคว้าตัว เจมี โจนส์ นายด่านวัย 37 ปี มาเป็นตัวแบ็คอัพ “ผมและสโมสรได้ให้คำมั่นว่า ดาเนียล จะเป็นมือ 1 ของเรา  และจุดยืนนี้ยังคงเหมือนเดิม” แอคเกิร์ต อธิบาย BBC Radio Solent “ผมคิดว่าเขาควรได้รับสิ่งนี้ จากฟอร์มอันยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และจุดยืนที่ว่า ลองกี้ จะเป็นมือ 2 ก็ยังเหมือนเดิม”  “ผู้เล่นกลุ่มนี้ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี เมื่อปีที่แล้ว เช่นกันกับ เจมี ในฐานะโกลช่วยซ้อม และแนวทางนี้ก็จะทำให้เราเดินหน้าต่อไป”  พูดให้เห็นภาพคือการไม่ได้อยู่กับทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ แรมส์เดล ไม่ได้รับความไว้วางใจจากเฮดโค้ชคนใหม่ และได้รับคำแนะนำให้ย้ายทีม แต่ไม่มีสโมสรไหนสนใจ จึงต้องกลายมาเป็นมือ 4 ของทีม “เรื่องราวที่แท้จริงของ แรมโบ กับสโมสร มันเริ่มก่อนที่ผมจะเข้ามา” แอคเกิร์ตกล่าว “เราได้คุยกันอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่วันซ้อมวันแรกของช่วงปรีซีซั่น และวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ และตอนนี้เขายังคงเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้เล่น” สุดท้ายก็ต้องรอดูว่าอนาคต แรมส์เดล จะไปลงเอยที่สโมสรไหน เพราะกับ เซาแธมป์ตัน คงจะปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะหาสโมสรได้ใหม่ในช่วงตลาดนักเตะหน้าหนาวที่จะเปิดในอีก 4 เดือนข้างหน้า เพราะหากเทียบจากฝีมือ เขาดีเกินกว่าที่จะมาอยู่ในจุดนี้ บทความที่เกี่ยวข้อง
  • ไมเคิล โอลิเซ อินดี้เกิน ถามคำตอบคำจนพิธีกรอึดอัดไปไม่เป็น

  • ถอดแนวคิด ไค ฮาแวร์ตซ์ : เคลื่อนที่อย่างไรให้เพื่อนร่วมทีมได้ประโยชน์จากเขามากที่สุด?

  • มาร์ติเนซ โดนถามชอบกองหลังคนไหนระหว่าง คาร์ราเกอร์-ริชาร์ดส์ ก่อนตอบ "ผมดูแต่พวกนักเตะมีคุณภาพอ่ะครับ"